สเต๊ปการเจริญเติมโตของทารกในครรภ์ตั้งแต่ปฎิสนธิ-9เดือน

(1/3) > >>

LifeForMom:
   สามี ภรรยา ที่พร้อมจะมีลูก ย่อมดีใจเมื่อทราบว่า ภรรยาตั้งครรภ์ ประสบการณ์ใหม่ ที่จะได้เป็นพ่อแม่ของลูกนั้น มีความหมายมาก การตั้งครรภ์ เป็นประสบการณ์ตรงของทั้งคู่ ซึ่งแม้แต่การตั้งครรภ์ แต่ละครั้งก็ยังไม่เหมือนกันเลย แต่พ่อแม่ก็คงจะภาวนา และตั้งใจที่จะ บำรุงลูกในครรภ์ให้ดี ปลอดจากโรคแทรกซ้อน ลูกที่เกิดมาจะได้แข็งแรง และเลี้ยงง่าย
     มารู้จักตัวคุณเอง และลูกน้อยของคุณ เมื่อคุณเห็นลูกน้อยในครรภ์เติบโต และเปลี่ยนแปลง แล้วคุณจะรู้สึกประหลาดใจ

   เมื่อประจำเดือนขาดไป คุณจะรู้สึกว่าเจ็บเต้านม มากกว่าที่เคยเจ็บ ซึ่งปกติคุณจะรู้สึกได้เสมอ ตอนก่อนมีประจำเดือน ท้องไส้รู้สึกแปลกๆ คุณสงสัยแล้วว่าจะตั้งครรภ์ วิธีแก้ข้อสงสัยที่ดีที่สุด คือ การไปพบแพทย์ เพื่อตรวจยืนยัน

     เมื่อพบว่าตั้งครรภ์ คุณและสามีย่อมตื่นเต้น ดีใจ ก็มักจะดื่มฉลองกัน ตั้งแต่ตอนนี้แหละ ที่คุณจะต้องเริ่มปฏิบัติตัว เรื่องการกินอยู่ให้ถูกต้อง เพื่อลูกน้อยของคุณด้วย คุณจะต้องระลึกเสมอว่า การกินของคุณแต่ละคำ แต่ละมื้อนั้น เป็นการกินสำหรับ 2 คน นั่นคือ คุณเคยฉลองด้วยการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ก็เปลี่ยนมาดื่ม โซดาเปล่า หรือ น้ำผลไม้แทน การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ จะมีผลต่อการเติบโตของลูกในท้อง เกิดมาตัวเล็ก และอาจจะทำให้สติปัญญาทึบตลอดไป โดยเฉพาะถ้าแม่ดื่มเหล้าในระยะแรก ของการตั้งครรภ์ด้วยแล้ว จะเกิดภยันตรายต่อลูกในท้องอย่างมาก


    คุณจะทราบว่าตั้งครรภ์ได้ ก็ด้วยอาการขาดประจำเดือน หรือ มีมาเหมือนกัน แต่น้อยกว่าปกติ เพียงเปื้อนผ้าอนามัยเป็นจุด เมื่อขาดประจำเดือนสัก 1-2 สัปดาห์ ก็จะสามารถทดสอบ จากการตรวจปัสสาวะ พบว่าตั้งครรภ์    คุณอาจจะรู้สึกคลื่นไส้ อาเจียน เป็นอาการแพ้ท้อง หรือบางคนอ่อนเพลีย ง่วงนอน เนื่องจากอิทธิพลของฮอร์โมน ที่ถูกผลิตมากขึ้น อาการแพ้ท้องจะเกิดในช่วงใดของวันก็ได้ หรืออาจเกิดตอนเย็น หรือกลางคืน แต่บางคนไม่มีอาการ หรือไม่รู้สึกแพ้ท้องเลยก็มี


     เต้านมของหญิงที่ตั้งครรภ์จะค่อยๆ ขยายขึ้น คุณจึงรู้สึกว่าเต้านมตึง และเจ็บ หัวนมก็ขยายขึ้น และเริ่มมีสีคล้ำขึ้นเล็กน้อย

     น่าตื่นเต้นไหมคะ ที่มีชีวิตใหม่อยู่ภายในตัวคุณ ตั้งแต่ปฏิสนธิลูกน้อยของคุณก็จะเจริญเติบโตไปเรื่อย โดยไม่หยุดแม้แต่วินาทีเดียว คุณอยากรู้ไหมว่าเป็นอย่างไรบ้าง ลองตามอ่านดูสิคะ

 

LifeForMom:


  การเริ่มปฏิบัติตัวให้ถูกต้อง ตลอดระยะเวลาการตั้งครรภ์ ก็นับว่าคุณได้ทำหน้าที่แม่ของคุณอย่างเต็มศักยภาพ เพื่อเป้าหมายให้ลูกที่เกิดมาไม่พิการ ที่เรามักเรียกกันว่า “ครบ 32” มีสติปัญญาดี แล้วมาสร้างเสริมให้เป็นเด็กแข็งแรง เก่ง และเป็นคนดี ต่อไปเมื่อลูกน้อยเติบใหญ่ แต่ละช่วงเวลาเป็นสิ่งสำคัญ บางอย่างทำผิดพลาดไปแล้ว จะเอาคืนมาไม่ได้ อะไรบ้าง? ยาไงคะ ยาที่คุณกินจะมีผลต่อลูกในท้อง โดยเฉพาะ ช่วง 4-8 สัปดาห์แรก ของการตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นช่วงที่อวัยวะต่างๆ กำลังเติบโต ถ้ายาหยุดยั้งการเจริญเติบโตในช่วงนี้ จะเกิดความพิการได้ อย่างที่เคยมีมาในอดีต ยาโทลิดาไมด์ เป็นยาแก้ปวด ซึ่งคุณแม่บางคน มีอาการปวดหัวมาก แล้วใช้ยาชนิดนี้โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ทำให้ลูกเกิดมามีแขนขาด้วน เป็นต้น โชคดี ที่ยาชนิดนี้ไม่มีการจำหน่ายแล้ว อย่างไรก็ตาม อย่ารับประทานยาโดยไม่ปรึกษาแพทย์ แม้แต่ ยาแอสไพริน ยาแก้แพ้ วิตามินที่มีขนาดสูงๆ ยาทาภายนอก ถ้าคุณต้องรับประทานยาสำหรับโรคประจำตัว ควรแจ้งให้แพทย์ทราบว่า คุณตั้งครรภ์ แพทย์จะได้เปลี่ยนยาที่เหมาะสม สำหรับคนท้อง ปลอดภัยไว้ก่อน ปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานยานะคะ



     บุหรี่มีอันตรายต่อการเติบโตของลูก ทั้งทางร่างกายและสมอง อันตรายมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับว่าคุณสูบบุหรี่วันละกี่มวน สูบมากเกิดอันตรายต่อลูกมาก หญิงตั้งครรภ์ต้องเลิกสูบบุหรี่ ถ้าสามีสูบก็ควรพยายามเลิกด้วย เพราะถ้าคุณสูบบุหรี่ในบ้าน อยู่ห้องเดียวกัน ภรรยาคุณก็เท่ากับสูบไปด้วย โดยหายใจเอาควันบุหรี่เข้าไป (Passive smoker) ถ้าสามีสูบ 2 มวน เท่ากับภรรยา หรือคนรอบข้าง หายใจเอาควันบุหรี่ เข้าไปเท่ากับสูบบุหรี่ 1 มวนที่เดียว ตอนนี้คุณจะเป็นพ่อแม่คนแล้ว ถ้างดสูบบุหรี่ได้ ลูกคุณก็แข็งแรง ตัวคุณเองก็แข็งแรง จะได้มีชีวิตยืนนาน เลี้ยงลูก เห็นเขาเติบโต จนมีหลานต่อไป



    ผลของกาแฟต่อลูกในท้องนั้น ยังถกเถียงกันอยู่ องค์การควบคุมอาหารและยา ของประเทศสหรัฐอเมริกา เห็นว่า ถ้าดื่มกาแฟที่มีคาเฟอีน ขนาดปานกลาง จะไม่เกิดอันตรายต่อลูกน้อย ขนาดปานกลางหมายถึง ดื่มกาแฟ อย่างมาก 1-2 ถ้วย ต่อวัน แต่ต้องระวัง คาเฟอีน ที่ผสมในเครื่องดื่ม เช่น เครื่องดื่มชูกำลัง หรือ ช็อกโกเลต บางชนิดโดยที่เราไม่รู้ด้วยนะคะ

     แล้วคุณจะรับประทานอะไรในช่วงแรกนี้ คุณรู้สึกไม่สบายไปหมด คลื่นไส้ เวียนหัว ง่วงนอน อาการแพ้ท้องมักเกิดขึ้นกับคนท้องถึง 3 ใน 4 ส่วน อาการจะเกิดตอนไหนก็ได้ อาจเป็นตอน เช้า บ่าย เย็น หรือเมื่อได้รับกลิ่นอาหาร ในช่วงนี้คุณอาจต้องจิบ น้ำอุ่น น้ำอัดลม กินอาหารที่พอรับได้ เช่น ข้าวต้ม ขนมปังปิ้ง แต่ต้องกินครั้งละน้อยๆ เพิ่มมื้ออาหารให้ถี่ขึ้น อาจเป็น 5-6 มื้อ ต่อวัน

LifeForMom:


     หญิงที่ตั้งครรภ์เดือนที่ 2 ท้องจะยังไม่โตให้เห็น
ขนาดของมดลูกระยะนี้มีขนาดเท่าลูกเทนนิส นิ่ม มีเมือกมาปิดบังแถวปากมดลูก
เพื่อป้องกันลูกน้อยเอาไว้ ไม่ให้เชื้อโรคผ่านเข้าไปโดยง่าย

     เต้านมจะขยายใหญ่ขึ้น คลำได้เป็นก้อนใหญ่ เรียกว่า เต้านมคัด

     คุณจะรู้สึกเหนื่อย และต้องการพัก คุณพ่อควรช่วยเหลือ แบ่งเบาภาระการงาน ให้คุณแม่คนใหม่ได้พักบ้าง



     ลูกน้อยในท้องแม่ เริ่มก่อรูปร่าง ด้านบนเป็นศีรษะ และใบหน้า มีข้อศอก เข่า นิ้วมือ และนิ้วเท้า
ให้เห็นได้แล้ว อวัยวะต่างๆพัฒนาขึ้น แต่ยังไม่สมบูรณ์ ระยะนี้จะมีน้ำหนักไม่ถึง 30 กรัม และยาวประมาณ 3-7 ซ.ม.

     ลูกและแม่สื่อสารติดต่อกันทางรก โดยมีสายสะดือเป็นท่อต่อจากตัวลูก
ไปยังรกที่ติดอยู่กับผนังมดลูกของแม่ ลูกน้อยจะได้รับอาหาร และออกซิเจนผ่านทางรก
เข้าไปทางสายสะดือ ไปหล่อเลี้ยงร่างกาย ลูกน้อยจึงเติบโตขึ้นทุกวันคืน

     ในเดือนที่ 2 นี้ คุณแม่อาจมีอาการแพ้ท้อง ยังรับประทานอาหารไม่ได้ ต้องพยายามรับประทานอาหาร
ครั้งละน้อยๆ แต่บ่อยๆ อาจจะรับประทานวันละ 6 มื้อ งดการสูบบุหรี่ และดื่มเหล้าอย่างเด็ดขาด
และไม่ควรซื้อยามากินเอง ยาบางชนิดอาจหยุดยังการพัฒนา อวัยวะของลูก
เช่น ยาทาลิโดไมด์ (Talidomite) ทำให้มีความพิการของแขนขา เป็นต้น
 



     คนท้อง ต้องรับประทานอาหาร ที่เป็นประโยชน์ ต่อตัวคุณเอง และลูกน้อย โดยปริมาณต้องเพิ่มขึ้น ลูกต้องการอาหารไปสร้างเนื้อเยื่อ เซลล์ต่างๆ โดยเฉพาะ อาหารที่มีโปรตีนสูง คือ เนื้อ นม ไข่ เต้าหู้ เนื้อปลา ไก่ เนย ปลากระป๋องที่ไม่มีกระดูก และผักใบเขียวต่างๆ

  แคลเซียม
    ต้นตอของแคลเซียมที่ดี คือ นมวัว หรือ โยเกิร์ต การดื่มนมเพื่อให้ได้แคลเซียมนั้น มีความสำคัญมากสำหรับคนท้อง ถึงขนาดที่ในรัฐบาลประเทศสหรัฐอเมริกา มีคูปอง ให้หญิงที่ตั้งครรภ์ไปแลกได้ฟรี โดยได้นมสด 2 ถ้วย และโยเกิร์ต 2 ถ้วย ต่อวัน การที่ให้กินโยเกิร์ต ก็เพื่อให้ได้จุลินทรีย์สุภาพ แม่จะมีจุลินทรีย์ชนิดที่ดีๆ ในตัว เมื่อลูกคลอดผ่านช่องคลอดออกมา ก็จะได้จุลินทรีย์ที่ดีตั้งแต่เกิด (อ่านเพิ่มเติมได้ใน จุลินทรีย์สุขภาพค่ะ)


    วิตามิน มีอยู่ในผลไม้ เช่น ส้ม มะนาว สตอเบอรี่ เป็นต้น ส่วนวิตามินอื่นๆ คุณหมอจะจัดมาให้คุณแม่รับประทาน เมื่อคุณแม่ไปฝากครรภ์ ซึ่งจะมีวิตามินรวม แคลเซียม ธาตุเหล็ก และกรดโฟลิค คุณแม่ไม่ควรหาวิตามินมารับประทานเอง นอกเหนือจากที่แพทย์สั่งนะคะ เพราะวิตามินบางชนิด ถ้ามากเกินไปอาจเกิดอันตรายต่อลูกได้

 สำหรับคุณแม่ ที่รับประทานอาหารพวกเนื้อสัตว์ มากๆไม่ได้ ไม่ว่าสาเหตุใดก็ตาม แนะนำให้ใช้รายการอาหารแลกเปลี่ยน คือ รับประทานอาหารอย่างอื่นเพื่อให้ได้รับ ปริมาณโปรตีนเพียงพอ รายการอาหารแลกเปลี่ยนมีดังนี้

นม โยเกิร์ต หรือ นมถั่วเหลือง 1 ถ้วย
ไข่ 1 ฟอง
ปลาทูตัวใหญ่ครึ่งซีก หรือตัวเล็ก 1 ตัว
เต้าหู้แผ่น หรือ แบบหลอด 1 แผ่น หรือ หลอด
ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วแดง 2 ช้อนโต๊ะ
ถั่วลิสง 30 เม็ด

     ให้รับประทานให้ได้ทั้ง 2 ข้อ ต่อ 1 วัน ก็จะได้รับโปรตีนเพียงพอ ต่อความต้องการใน 1 วัน ค่ะ

 

LifeForMom:


     เมื่อย่างเข้าเดือนที่ 3 อาการแพ้ท้องจะเริ่มทุเลาลง และมักหายไปเมื่อท้องได้ครบ 3 เดือน มดลูกขณะนี้มีขนาดเท่ากับ ผลส้มขนาดใหญ่ แต่อาจจะยังอยู่ในอุ้งเชิงกรานของแม่ คุณจะสังเกตว่า รอบเอวของคุณใหญ่ขึ้น หรือถ้าดูในกระจกจะพบว่าเองไม่คอดเหมือนแต่ก่อน หรือไม่มีเอว เมื่อลูกน้อยเติบโตขึ้นเรื่อยๆ



      คุณแม่ควรถือโอกาส หาซื้อเสื้อคลุมท้องที่หลวมๆ มาใส่ได้แล้ว และควรจะหาซื้อเสื้อยกทรง ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ถ้าเป็นไปได้ควรเลือกชนิดที่สามารถเปิดด้านหน้า (well filled maternity bra หรือ nursing bra)ให้ลูกดูดนมได้ โดยไม่ต้องถอดเสื้อยกทรง คุณแม่จะได้ใช้ใส่ต่อไปจนถึงระยะให้นมลูกด้วย จะได้ใช้อย่างคุ้มค่า เนื่องจากเต้านมขยายใหญ่ขึ้น และมีน้ำหนักมากขึ้น คุณแม่ควรใส่เสื้อยกทรงเพื่อพยุงเต้านมเอาไว้ เต้านมจะได้ไม่หย่อยยานในภายหลัง เมื่อไปฝากท้อง คุณหมอก็จะตรวจเต้านม และหัวนม เพื่อเตรียมตัวให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เอง ถ้าหัวนมบอดก็จะได้ให้คำแนะนะการแก้ไข แม่ที่มีหัวนมปกติ ให้เตรียมหัวนมให้ลูกดูด โดยใช้ผ้าชุบน้ำอุ่น ถูที่หัวนมเบาๆ จะได้มีผิวหนังที่แข็งแรง เมื่อลูกดูดหัวนมจะได้ไม่เจ็บ หลังอาบน้ำแล้วควรใช้โลชั่น ทาเต้านม ผิวหนังจะได้ไม่ยืด เกิดเป็นรอยแตก ที่อาจจะเกิดจากการขยายของเต้านม

     

     เมื่อใกล้ครบ 3 เดือน ลูกน้อยของคุณจะมีรูปร่าง และอวัยวะพัฒนาขึ้นมาเกือบสมบูรณ์แล้ว ทารกจะเริ่มเคลื่อนไหว
โดยแม่จะรู้สึกว่าลูกดิ้น เพราะลูกจะแตะเท้าจนแม่รู้สึกได้ กำหมัดได้ หันหัวไปมา
ตาเคลื่อนไหว มองไปมาได้ ทำหน้าผากย่น มีตุ่มฟันประมาณ 20 ตุ่มเกิดขึ้นใต้เหงือก
เพื่อจะพัฒนาเป็นฟันน้ำนมต่อไป ริมฝีปาก และอวัยวะเพศเริ่มพัฒนา

     ไตทั้ง 2 ข้าง พัฒนามากพอ จนลูกน้อยของคุณเริ่มถ่ายปัสสาวะแล้ว ไม่ต้องกังวลค่ะ
 ปัสสาวะที่ลูกน้อยถ่ายออกมานี้ ลูกก็จะกลืนเข้าทางเดินอาหาร และถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือด
ส่งผ่านสายสะดือ ไปยังแม่ เพื่อให้ไตของแม่ขับของเสีย ต่อไป



     ลูกน้อยจะนอนสบาย อยู่ในน้ำคร่ำ ซึ่งเป็นน้ำหล่อเลี้ยงภายนอก
รวมกับปัสสาวะของลูกนั่นเอง ขณะนี้ ลูกน้อยจะมีน้ำหนักประมาณ 30 กรัม ยาวประมาณ 10 ซ.ม.


 
 

    การแต่งงานเป็นเรื่องของคนสองคน เมื่อภรรยาตั้งครรภ์ เป็นเรื่องของ “คนสามคน”

     ในไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ คุณจะพบว่า อารมณ์เปลี่ยนแปลง และเกิดอารมณ์ได้หลากหลาย
แปรเปลี่ยน จากดีใจที่มีลูก สลับกับความกลัวในการตั้งครรภ์ การคลอด กังวลใจว่าจะทำหน้าที่แม่ได้อย่างไร เลี้ยงลูกอย่างไร

     เรื่องอารมณ์เป็นเรื่องธรรมดา สำหรับคนท้อง การตั้งครรภ์ การคลอดเป็นเรื่องธรรมชาติ คนเราได้ผ่านประสบการณ์ อย่างที่คุณจะผ่านมาร่วมหลายพันปี เขาก็ผ่านมาได้ ดังนั้นคุณควรอยู่กับมันอย่างมีความสุขนะคะ ความวิตกกังวล ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น มาตั้งใจปฏิบัติตนให้ถูกต้องดีกว่า ค้นหาความรู้เพิ่มเติม เตรียมสถานที่เพื่อลูกรัก ศึกษาเรื่องการเลี้ยงลูก ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะคล้ายๆกัน แต่จะมีความแตกต่างกันบ้างเล็กๆน้อยๆ ซึ่งคุณแม่ต้องศึกษาเปรียบเทียบดู หาวิธีการที่เหมาะสมกับตนเอง แต่อย่าลืมว่า เมื่อนำไปใช้จริงๆ คุณจะต้องเลือกที่เหมาะสมกับทั้งคุณและลูกของคุณ เพราะแม่ลูกแต่ละคู่จะไม่เหมือนกัน การตั้งครรภ์ครั้งที่สอง ก็ไม่เหมือนครั้งแรกค่ะ

     ผู้ที่กำลังจะเป็นพ่อเขาจะรู้สึกอย่างไร ความรู้สึกคล้ายคนกำลังจะเป็นแม่ คือ ผันผวน ผู้เป็นพ่อรู้สึกภูมิใจ ที่เขาได้ให้กำเนิดลูก แต่เขาจะรู้สึกกังวลใจว่า เขาจะเป็นพ่อที่ดีได้เพียงไร แล้วค่ะใช้จ่ายที่จะต้องเพิ่มขึ้นอีก ลูกจะสมบูรณ์ไหม ลูกที่เกิดมาจะเป็นผู้หญิง หรือผู้ชาย ถ้าเป็นชายก็จะเล่นกีฬาอย่างที่พ่อถนัด ถ้าเป็นลูกสาวล่ะ! จะเลี้ยงอย่างไรดี นอกจากนั้นเขาก็เป็นห่วงภรรยาที่เขารัก จะต้องลำบากเจ็บปวดในการคลอด แล้วยังเรื่องเพศสัมพันธุ์ในช่วงที่คุณผู้หญิงตั้งครรภ์นี้ จะเหมือนเดิมหรือไม่ และเรื่องอื่นๆอีกจิปาถะ วิถีชีวิตของคนสองคน กำลังจะเปลี่ยนไป ผู้ที่จะเป็นพ่อควรไปกับภรรยา เวลาไปตรวจครรภ์ เพื่อพูดคุยเรื่องสุขภาพของภรรยา และลูก เรื่องความกังวล และคำถามที่คุณมีอยู่ในใจ ช่วยกันถาม ช่วยกันจดจำ นำมาปฏิบัติ เพื่อลูกน้อยของคุณทั้งสองคน



     การถามคำถามกับแพทย์โดยตรง จะทำให้ผู้เป็นพ่อ ได้มีส่วนร่วมตั้งแต่ในช่วงตั้งครรภ์ และได้ข้อมูลที่อาจจะละเอียดอ่อน เช่น เรื่องเพศสัมพันธุ์ กับภรรยาที่มีรูปร่าง เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ในช่วงที่ภรรยาตั้งครรภ์ โดยทั่วไป ถ้าไม่มีปัญหาเรื่องแท้งบุตรง่ายมาก่อน หรือเลือดออกทางช่องคลอด การมีเพศสัมพันธุ์ โดยเลือกท่าที่ไม่ทับหน้าท้อง และไม่กระทำรุนแรง โลดโผน ก็ไม่มีข้อห้ามอะไร ยกเว้นแต่ในช่วงท้ายของการตั้งครรภ์

LifeForMom:


เป็นกึ่งชีวิตในครรภ์ของทารก หรือ ครึ่งทางของการตั้งครรภ์

     เมื่อตั้งท้องได้ 4 เดือน ท้องคุณแม่จะใหญ่ขึ้นเห็นได้ชัด มดลูกจะโตขึ้นมาอยู่กึ่งกลาง ระหว่างสะดือ และหัวหน่าว มดลูกจะมีขนาดเท่าผลส้มโอขนาดเล็ก เต้านมก็เริ่มฝึกทำงาน โดยหลั่งหัวน้ำนม (Colostrum) จากหัวนมติดเสื้อให้เห็นบ้างแล้ว บริเวณรอบหัวนม หรือลานหัวนม (areola) จะขยายใหญ่ขึ้น มีสีเข้มขึ้น และมีตุ่มเล็กๆที่ลานหัวนม ซึ่งเป็นต่อมใต้ผิวหนังที่ขยายตัวใหญ่ขึ้นด้วย คุณแม่ไม่ต้องกังวลนะคะ เป็นภาวะที่เกิดขึ้นได้ตามปกติ ไม่ได้เป็นโรคอะไร

     ช่วงนี้ คุณจะรู้สึกว่าลูกดิ้น ท้องโป่งตรงโน้น โป่งตรงนี้ คุณพ่อที่รักลูกอาจได้ชื่นชม ความแข็งแรง และความกระปรี่กระเปร่า ของชีวิตลูกน้อยในท้อง ด้วยการสัมผัสในช่วงนี้ คุณแม่ควรชี้ชวน ให้คุณพ่อได้มีประสบการณ์ คุณพ่อจะได้รู้จักกับลูกน้อยตั้งแต่อยู่ในท้อง

     การดิ้นของลูกนั้น คุณแม่ที่รูปร่างบาง จะรู้สึกถึงการดิ้นของลูก ได้ชัดเจน และเร็วกว่า คุณแม่ที่อ้วน เวลาไปตรวจครรภ์ คุณหมอจะถามถึง เรื่องการดิ้นของลูกเสมอ คุณแม่จะต้องคอยสังเกตการดิ้นของลูก เอาไว้ให้ดีด้วย เพราะคุณหมอจะนำไปใช้เป็นเครื่องแสดงความแข็งแรง หรือปัญหาของลูกในท้อง




     ลูกน้อยในขณะนี้ มีน้ำหนักตัวประมาณ 150 กรัม และยาวประมาณ 15 ซ.ม. หัวใจเต้นแรง
เป็นจังหวะ เขาเคลื่อนไหว แตะ นอนหลับ และตื่น สลับกันไป กลืนและถ่ายปัสสาวะ รู้ไหมคะ
ลูกน้อยของคุณขณะนี้มีขนตาแล้ว และที่ศีรษะก็มีผมขึ้นบางๆ ผิวหนังใส สีชมพู ที่ลิ้นมีตุ่มรับรส
และมีสายเสียงที่คอหอยค่ะ


    เมื่อเข้าช่วงการตั้งครรภ์ไตรมาสที่สอง หญิงตั้งครรภ์จะมีการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย
อย่างเห็นได้ชัด บางคนจะรู้สึกว่าตัวเองสวยขึ้น บางคนดูตัวเองแล้วรู้สึกว่าสวยน้อยลง
ถ้าคุณรู้สึกสวยขึ้น สบายใจ และยินดีด้วยค่ะ แต่ถ้าคุณรู้สึกสวยน้อยลงแล้วละก็ ลองอ่านต่อไปซิคะ จะได้เป็นกำลังใจ

     การตั้งครรภ์ มีสิ่งที่บอกให้รู้ได้บนใบหน้า ของผู้ที่ตั้งครรภ์ด้วยค่ะ หน้าจะเกิดปื้นดำแถว แก้ม หน้าผาก
และสันจมูก จะเกิดเมื่อท้องครบ 4 เดือน ขึ้นไป เรียกกันว่า “หน้ากากของคนท้อง” แล้วคุณยังจะพบว่า
มีหลอดเลือดขยายที่ผิวหนัง เห็นเป็นเส้นใยสีเขียวคล้ำ คล้ายใยแมงมุม ที่บริเวณใบหน้า คอ
แขนและหน้าอก สิ่งเหล่านี้จะหายไปหลังคลอดค่ะ ไม่ต้องกังวล สบายใจได้ค่ะ
ว่าหลังคลอดคนก็จะสวยเหมือนเดิม

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป