ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพัฒนาการมนุษย์

(1/1)

[CHaRCoaL]:
พัฒนาการ  หมายถึง   การเปลี่ยนแปลงที่มีทิศทางและดำเนินไปอยู่ตลอดเวลา
 เป็นกระบวนการที่มีรูปแบบหรือลักษณะที่แน่นอนจากวัยหนึ่งสู่อีกวัยหนึ่ง  พัฒนาการมนุษย์
 จึงหมายถึงการเปลี่ยนแปลงของมนุษย์จากวัยหนึ่งสู่อีกวัยหนึ่ง  เป็นการเปลี่ยนแปลงที่มีทิศทาง 
และมีรูปแบบหรือลักษณะที่แน่นอน  ผู้ที่ศึกษาเรื่องมนุษย์ลงข้อสรุปว่า 
พัฒนาการของมนุษย์เกิดจากอิทธิพลของปัจจัยสำคัญ 2 อย่าง 
ได้แก่  กรรมพันธุ์และสิ่งแวดล้อม

1 พันธุกรรม  การที่มนุษย์มีลักษณะเหมือนกันก็เพราะตัวควบคุมที่เรียกว่าพันธุกรรม ซึ่งแปลว่า 
สิ่งถ่ายทอดลักษณะ  มนุษย์ตกอยู่ในอิทธิพลของพันธุกรรม 2  ประการ
      1.) การถ่ายทอดลักษณะของมนุษย์  ซึ่งเกิดจากการควบคุมของ  DNA  ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของโครโมโซม 
มนุษย์มีโครโมโซม  46 โครโมโซม  จับกันอยู่เป็นคู่จึงมีจำนวน 23  คู่ 
ผลของการควบคุมโดยโครโมโซมเหล่านี้ทำให้มนุษย์มีลักษณะโดยทั่วไป  และมีกระสวนพัฒนาการที่เหมือนกัน 
การจับคู่ที่ต่างกันของโครโมโซมคู่ที่ 23  ทำให้เพศของมนุษย์ต่างกัน

      2.)การถ่ายทอดลักษณะของพ่อแม่และบรรพบุรุษถึงลูกหลานทำให้ลักษณะที่เป็น
รายละเอียดของมนุษย์แตกต่างกัน  เช่น  สีผิว  สีตา  รูปร่าง  และโรคทางพันธุกรรม
เช่น เบาหวาน เป็นต้นเทคโนโลยีทางพันธุศาสตร์กับมนุษย์
โคลนนิ่ง หรือ การปลูกถ่ายทางพันธุกรรม (Cloning)

2 สิ่งแวดล้อม

เป็นปัจจัยที่สามารถจัด  เปลี่ยนแปลงและปรับปรุงให้อยู่ในสภาพที่เอื้อต่อพัฒนาการ 
และการพัฒนามนุษย์ได้มากที่สุด  สิ่งแวดล้อมที่มีอิทธิพลต่อพัฒนาการมนุษย์ 
แบ่งเป็นสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ  และสิ่งแวดล้อมทางสังคม

     1.) สิ่งแวดล้อมทางกายภาพ  หมายรวมทั้งสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่ในธรรมชาติ
หรือสิ่งที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์  เช่น  ตึกรามบ้านช่อง  ถนนหนทาง 
เกษตรกรรม  และ                อุตสาหกรรม  ฯลฯ
สิ่งแวดล้อมทางกายภาพที่ตอบสนองความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ 
ได้แก่  อาหาร  เครื่องนุ่งห่ม  ที่อยู่อาศัย  ยารักษาโรค  ได้รับการพัฒนาจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี 
ทำให้ตลาดมีสินค้าและบริการให้เลือกมากมาย  ความรู้และเหตุผลในการเลือกบริโภค 
ย่อมจะช่วยให้มนุษย์มีพัฒนาการที่เหมาะแก่วัย  มีชีวิตที่มีคุณภาพ  ในสภาวะที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม 
แต่อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่คู่ลูกหลานของเผ่าพันธุ์มนุษย์ต่อไป

     2.) สิ่งแวดล้อมทางสังคม  กลุ่มคนที่อยู่แวดล้อมมนุษย์เป็นผู้มีอิทธิพลเพราะเขาเป็น
ผู้จัดสิ่งแวดล้อมทางกายภาพและสังคมให้แก่กันและกัน  โดยเฉพาะผู้ใหญ่มีอิทธิพลต่อเด็ก
ด้วยการเลี้ยงดูและอบรม  สืบสานต่อความเชื่อ  และวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต
สิ่งแวดล้อมทางสังคม  แบ่งเป็น  3  เรื่อง  ได้แก่  กลุ่มคน  วัฒนธรรม  และเทคโนโลยีกับศาสตร์ต่าง ๆ

          - กลุ่มคน  มีอิทธิพลต่อคุณภาพชีวิตมนุษย์ตั้งแต่เกิดจนตาย รูปแบบของการอบรมเลี้ยงดู 
สัมพันธภาพและการจัดสิ่งแวดล้อม  เป็นสิ่งแวดล้อมที่หล่อหลอมคนให้มีสุขภาพกายและจิต บุคลิกภาพ
ตลอดจนการดำเนินชีวิตที่แตกต่างกัน ซึ่งอาจจะเป็นไปในทางดีหรือทางร้ายก็ได้
กลุ่มคนที่มีอิทธิพลต่อพัฒนาการมนุษย์  ได้แก่  ครอบครัว 
ซึ่งประกอบด้วยบุคคลที่มีบทบาทและหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติต่อกัน  เช่น  พ่อ  แม่  ลูก  พี่  น้อง  หลาน  ตา  ยาย  สามี  ภรรยา  เป็นต้น 
สถาบันการศึกษาซึ่งประกอบด้วย ครู  เพื่อน  ผู้บริหารการศึกษา  สถานศึกษาระดับต่าง ๆ  หลักสูตร  และการสอน 
ชื่อเสียงของสถาบันการศึกษาเหล่านั้น  และสถาบันของสังคมโดยส่วนรวม  ซึ่งมีอิทธิพลต่อบุคคลทั้งทางตรงและทางอ้อม
 เช่น  นโยบายของรัฐบาลในการบริหารประเทศย่อมมีผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่  ตลอดจนการผลิต
 การกระจายเครื่องอุปโภคบริโภค  ความรู้และเทคโนโลยีทั้งหลายที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของมนุษย์

          - วัฒนธรรมและจารีตประเพณี  ซึ่งเป็นวิถีทางดำเนินชีวิตของกลุ่มคนซึ่งถือว่าดีงาม 
เหมาะสมที่จะยึดเป็นแนวทางในการปฏิบัติต่อไป  วัฒนธรรมจึงเกิดจากความเชื่อและค่านิยมในเรื่องที่เลือกปฏิบัติเหล่านั้น 
เช่น วิธีการอบรมเลี้ยงดูเด็ก  การประพฤติปฏิบัติตนของวัยรุ่นหรือวัยผู้ใหญ่  เป็นต้น
ความรู้สึกในค่าของเด็กและเจตคติของสังคมต่อการเป็นพ่อแม่มีผลอย่างยิ่งต่อการปฏิบัติตนของแม่และพ่อ 
ตั้งแต่ตั้งครรภ์จนกระทั่งเด็กเกิดและเจริญเติบโตเป็นหนุ่มสาว  การอบรมให้เป็นคนดีมีคุณธรรม 
การให้การศึกษา  การสอนให้รักษาระเบียบวินัยของสังคม        การปฏิบัติตนให้เหมาะสมกับบทบาทหน้าที่  และเหมาะสมกับเพศ  เป็นต้น
          - เทคโนโลยีและศาสตร์ต่าง ๆ  มีอิทธิพลต่อการอบรมเลี้ยงดูเด็กและการดำเนินชีวิตมาก 
เช่น  ทฤษฎีเกี่ยวกับการเลี้ยงและอบรมเด็ก  เครื่องมือเครื่องใช้  และวิธีการที่พัฒนาการทุกด้านสมบูรณ์ขึ้น 
ทำให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพแข็งแรง  และอายุยืนยาว

   การพัฒนามนุษย์อย่างสมดุลในด้านจิตวิทยาและการศึกษา

คือการพัฒนาในเชิงความคิด  (Cognitive Skill)ความรู้สึก(Affective Skill)และทักษะความชำนาญ (Psychomotor Skill) ซึ่งเหล่านี้เป็นส่วนเสริมให้มนุษย์เกิดการเรียนรู้ (Learning) พบว่ามนุษย์ประสบความสำเร็จเนื่องจากความเฉลียวฉลาดทางปัญญา (Intelligent Quotient) และความเฉลียวฉลาดทางอารมณ์ (Emotional Quotient)อันเป็นความสามารถลักษณะหนึ่งของบุคคลที่จะตระหนักถึงความรู้สึก ความคิดและอารมณ์ของตนเองและของผู้อื่น สามารถควบคุมอารมณ์และแรงกระตุ้นภายใน ตลอดจนสามารถให้กำลังใจตนเองในการจะเผชิญอุปสรรคและข้อขัดแย้งต่างๆได้อย่างไม่คับข้องใจ รู้จักขจัดความเครียดที่จะขัดขวางความคิดริเริ่มสร้างสรรค์อันมีค่าของตนได้ สามารถชี้นำความคิดและการกระทำของตนในการทำงานร่วมกับผู้อื่นในฐานะผู้นำหรือผู้ตามได้อย่างมีความสุข ก่อให้เกิดความสำเร็จทั้งในการเรียน อาชีพและ ชีวิต

ohpapaohmama:
ได้รับความรู้ที่เป็นวิชาการแบบนี้ เพิ่มรอยหยักในสมองได้อีกเยอะเลยค่า

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ